พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระราชพิธีที่รัฐบาลไทยจัดขึ้นเพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดขึ้น ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ ๒๕–๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นวันถวายพระเพลิง คณะรัฐมนตรีจึงกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ

การเตรียมงาน

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เริ่มเตรียมการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เรื่อยมา มีการสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ การบูรณปฏิสังขรณ์พระมหาพิชัยราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระราชพิธี รวมถึงการเตรียมงานมหรสพในงานออกพระเมรุมาศ โดยสรุปแล้วเรียงลำดับการเตรียมงานได้ดังนี้

  • พ.ศ. ๒๕๕๙
    • ๓ พฤศจิกายน ปรับพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวงให้รองรับการจัดพระราชพิธี
    • ๑๔ พฤศจิกายน บวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม
    • ๑๙ ธันวาคม บวงสรวงพระมหาพิชัยราชรถ
    • ๒๐ ธันวาคม ช่างสิบหมู่รับมอบไม้จันทน์หอม
    • ๒๖ ธันวาคม ปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ
  • พ.ศ. ๒๕๖๐
    • ๒๗ กุมภาพันธ์ บวงสรวงยกเสาเอกเพื่อเริ่มการก่อสร้างพระเมรุมาศ
    • ๑ มีนาคม ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ครั้งแรก ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงร่วมการประชุมด้วย
    • ๒๔ มีนาคม บวงสรวงราชรถปืนใหญ่
    • ๑ พฤษภาคม ส่งมอบราชรถปืนใหญ่ให้กรมศิลปากร
    • ๕ พฤษภาคม กรมศิลปากรเคลื่อนย้ายราชรถปืนใหญ่ไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อดำเนินการตกแต่งให้สมพระเกียรติ
    • ๑๕ พฤษภาคม กรมสรรพาวุธทหารบกเปิดการฝึกซ้อมฉุดชักราชรถ
    • ๒๖ มิถุนายน ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ครั้งที่ ๒
    • ๖ กรกฎาคม ติดตั้งกล้องและเครื่องเสียงในการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
    • ๓๑ สิงหาคม กรมสรรพาวุธทหารบกฝึกซ้อมฉุดชักราชรถครั้งสุดท้าย
    • ๗ กันยายน กองทัพภาคที่ ๑ จัดการฝึกซ้อมฉุดชักราชรถจำนวน ๓ ริ้ว โดยจำลองพื้นที่คล้ายจริง และห้วงเวลาเสมือนจริง
    • ๒๑ กันยายน บวงสรวงการอัญเชิญพระมหาพิชัยราชรถและพระยานมาศสามลำคาน
    • ๒๒ กันยายน กองทัพภาคที่ ๑ ฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถทั้ง ๓ ริ้วขบวนร่วมกันเป็นครั้งแรก

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

คณะรัฐมนตรีรับทราบมติที่คณะอนุกรรมการฯ ฝ่ายจัดการพระราชพิธีฯ กำหนดวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในระหว่างวันที่ ๒๕-๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พร้อมทั้งพิจารณาหมายกำหนดการพระราชพิธีฯ และกำหนดจำนวนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศไว้ดังต่อไปนี้

กำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

หมายกำหนดการ(ย่อ)
พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐
  • วันพุธที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
    • เวลา ๑๗.๓๐ น. พระราชพิธีพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
      เครื่องแต่งกายเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายมงกุฏไทย

  • วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ (คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษด้วย)
    • เวลา ๐๗.๐๐ น. พระราชพิธีเชิญพระบรมศพฯ ไปยังพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง โดยริ้วกระบวนที่ ๑ ริ้วกระบวนที่ ๒ และริ้วกระบวนที่ ๓
    • เวลา ๑๗.๓๐ น. พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
      แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายมหาจักรี
    • เวลา ๒๒.๐๐ น. พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ(จริง)
      แต่งกายเครื่องแบบปกติขาว ไว้ทุกข์

  • วันศุกร์ที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
    • เวลา ๐๘.๐๐ น. พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ เชิญพระบรมอัฐิและพระผอบ พระบรมราชสรีรางคาร ไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยริ้วกระบวนที่ ๔
      แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายจุลจอมเกล้า

  • วันเสาร์ที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
    • เวลา ๑๗.๓๐ น. พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
      แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศ สายสะพายมหาจักรี

  • วันอาทิตย์ที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
    • เวลา ๑๐.๓๐ น. เลี้ยงพระ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท, พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โดยริ้วกระบวนที่ ๕
    • เวลา ๑๗.๓๐ น. พระราชพิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยริ้วกระบวนที่ ๖
      แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศ สายสะพายจุลจอมเกล้า

ขั้นตอนและวิธีในการเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชน
วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
รอบแรก
๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. รอบสอง ๑๘.๓๐-๒๒.๐๐ น.

การแต่งกายและการเตรียมพร้อมเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์

ขั้นตอนและวิธีในการเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์


พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วยอาคารทรงบุษบก จำนวน ๙ องค์ ตั้งอยู่บนฐานชาลารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ๓ ชั้น มีบันไดทางขึ้น ทั้ง ๔ ทิศ ทิศตะวันตกหันหน้าเข้าพระที่นั่งทรงธรรม ทิศตะวันออกติดตั้งลิฟต์ และทิศเหนือติดตั้งสะพานเกรินสำหรับเชิญพระบรมโกศจากราชรถปืนใหญ่ขึ้นบนพระ เมรุมาศ โดยโครงสร้างพระเมรุมาศ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

รายละเอียดแต่ละส่วน ของพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

  • ลานอุตราวรรต หรือ พื้นรอบฐานพระเมรุมาศ มีสระอโนดาดทั้งสี่ทิศและเขามอจำลอง ภายในสระประดับด้วยประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ ได้แก่ ช้าง โค สิงห์ ม้า และสัตว์หิมพานต์ตระกูลต่างๆ
  • ฐานชาลาชั้นที่ ๑ เป็นชั้นล่างสุด มีฐานสิงห์เป็นรั้วราชวัตร ฉัตร แสดงอาณาเขตพระเมรุมาศ และมีเทวดานั่งคุกเข่าถือบังแทรก ส่วนที่มุมทั้งสี่ของฐานมีประติมากรรมท้าวจตุโลกบาลประทับยืนหันหน้าเข้าสู่ บุษบกองค์ประธาน
  • ฐานชาลาชั้นที่ ๒ มีหอเปลื้องทรงบุษบกรูปแบบเดียวกันตั้งอยู่ที่มุมทั้งสี่ ใช้สำหรับจัดเก็บพระโกศทองใหญ่และพระโกศไม้จันทน์ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับงานพระราชพิธี
  • ฐานชาลาชั้นที่ ๓ ฐานบุษบกประธานประดับประติมากรรมเทพชุมนุม จำนวน ๑๐๘ องค์โดยรอบ รองรับด้วยฐานสิงห์ซึ่งประดับประติมากรรมครุฑยุดนาคโดยรอบอีกชั้นหนึ่ง มุมทั้งสี่ของฐานชั้นที่ ๓ นี้ เป็นที่ตั้งของซ่างทรงบุษบกยอดมณฑปชั้นเชิงกลอน ๕ ชั้น ใช้สำหรับพระพิธีธรรม ๔ สำรับ นั่งสวดอภิธรรมสลับกันไปตลอดนับตั้งแต่พระบรมศพประดิษฐานบนพระจิตกาธานจน กระทั่งถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จ
  • จุดกึ่งกลางชั้นบนสุด มีบุษบกองค์ประธานตั้งอยู่ เป็นอาคารทรงบุษบกยอดมณฑปชั้นเชิงกลอน ๗ ชั้น ภายในมีพระจิตกาธาน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมโกศ ผนังโดยรอบเปิดโล่ง ติดตั้งพระวิสูตร (ม่าน) และฉากบังเพลิงเขียนภาพพระนารายณ์อวตารตอนบน และภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตอนล่าง ที่ยอดบนสุด ประดิษฐานนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตรขาว ๙ ชั้น)

ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

การอัญเชิญพระบรมศพจากพระมหาปราสาทไปสู่พระเมรุมาศ หรืออัญเชิญพระบรมอัฐิจากพระเมรุมาศมาสู่พระบรมมหาราชวัง พระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุหรือลอยพระอังคาร ตามโบราณกาลจะอัญเชิญด้วยขบวนพระราชอิสริยยศ ซึ่งเรียกว่า “ริ้วขบวน” โดยแต่ละริ้วขบวนมีคนหาม คนฉุดชักจํานวนมาก พร้อมด้วยเครื่องประกอบพระอิสริยยศ

การจัดริ้วขบวนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีขบวนพระบรมราชอิสริยยศจำนวน ๖ ริ้วขบวน โดยมีการบูรณะตกแต่งราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อให้พร้อมสำหรับการอัญเชิญพระบรมศพ พระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคาร รวมทั้งซักซ้อมการเคลื่อนขบวนให้งดงามประหนึ่งราชรถเคลื่อนบนหมู่เมฆส่งเสด็จสู่สวรรค์

รายละเอียดริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ


แผนผังแสดงพื้นที่จอดรถ


ข้อควรปฏิบัติ

ปฏิบัติธรรมสืบสานเจตนารมณ์พระเดชพระคุณคุณูปมาจารย์ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (ธ) และรักษาโรคด้วยพืชสมุนไพร โดย ท่าน อ.ลักษณ์ พุทธธรรม (ธ)

นอบน้อม เชิดชู ปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์ทุกๆ พระองค์

สถานที่นี้เป็นสถานที่สงบ ฝึกใจ ฝึกตน หากใจยังสกปรกจงกลับไปยังที่ของท่านเถอะ

สถานที่นี้เป็นที่เจริญ มรรคมีองค์ ๘ พรหมวิหาร ๔ เพื่อความหลุดพ้น

สถานที่นี้ ไม่รับเจิม ดูดวง ประกอบพิธีกรรมทางโลกทุกกรณี

ติดต่อเรา

๐๘.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. เวลาพักผ่อนของท่านอาจารย์ ห้ามรบกวนโดยเด็ดขาด

๑๓.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. เวลาที่ศิษยานุศิษย์และญาติธรรม สามารถเข้าพบและสนทนาธรรมกับครูบาอาจารย์ได้ตามเหมาะสม

ศาลาภิรมย์ธรรม ๘๕/๑ ม.๓ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ๓๔๒๖๐

norkaewplace@gmail.com

ห้ามบุคคลภายนอก เข้าเขตหน่อแก้วยามวิกาล ในทุกกรณี

ห้ามศิษยานุศิษย์นำสิ่งเสพติดทุกชนิด เข้ามาภายในหน่อแก้วสถาน

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา โดยไม่มุ่งหวังผลทางพาณิชย์ อนุญาตให้นำไปเผยแผ่เพื่อสืบต่อพุทธศาสนาได้ตามกุศลเจตนา