Black Ribbon
MENU

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๕๒ น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช รัฐบาลประกาศไว้ทุกข์ถวายความอาลัยเป็นเวลา ๑ ปี สำนักพระราชวังมีหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพฯ ระหว่างวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ถึง ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๐ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง คณะรัฐมนตรีมีมติประกาศให้วันที่ ๑๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต และวันหยุดราชการเพื่อให้ประชาชนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และได้กำหนดให้มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ขึ้นในวันที่ ๒๕ - ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ รวมถึงได้ประกาศให้วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ

พระอาการประชวร

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗หลังจากพระอาการดีขึ้น จึงเสด็จฯ ไปประทับ ณ วังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ เพื่อฟื้นฟูพระวรกาย

ซึ่งระหว่างนั้นได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ และจุฬาราชมนตรีเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหาคัมภีร์ ณ วังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ ชั้น ๑๖ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของคณะแพทย์ เพื่อถวายการตรวจติดตามพระอาการด้วยเครื่องมือพิเศษ จากนั้นได้ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เรื่อยมาเพื่อฟื้นฟูพระวรกายต่อไป

ระหว่างนั้นยังคงเสด็จฯ ออก เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นระยะ โดยในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ ห้องประชุม ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลศิริราช

วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๘ เสด็จฯ ลงจากชั้น ๑๖ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ไปทอดพระเนตรร้านโกลเด้นเพลส สาขา ๑๐ และทอดพระเนตรแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณโรงพยาบาลศิริราช

และวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๘ เสด็จฯ ออก ณ ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะผู้พิพากษา-อัยการ เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

หลังจากนั้น สำนักพระราชวังได้มีแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระองค์ ตั้งแต่ฉบับที่ ๓๑ ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ ให้ประชาชนได้ทราบเป็นระยะเรื่อยมา จนถึงแถลงการณ์ ฉบับที่ ๓๗ ที่ออกมาคืนวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๙ ซึ่งทำให้ประชาชนจำนวนมากวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง และได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราช พร้อมสวดมนต์บทโพชฌังคปริตร เพื่อถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ ๓๗เกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จากนั้นวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๙สำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ ๓๘ โดยคณะแพทย์ต้องเฝ้าติดตามพระอาการและถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด ซึ่งในวันเดียวกันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐,สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี,สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จพระราชดำเนิน และเสด็จไปทรงติดตามพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ ๓๘เกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ต่อมาเวลา ๑๘.๔๕ น.วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้แพร่ภาพประกาศ สำนักพระราชวัง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต

ประกาศ สำนักพระราชวัง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต

การแสดงความอาลัย

รัฐบาลประกาศให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาทุกแห่งลดธงครึ่งเสา มีกำหนด ๓๐ วัน และให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจไว้ทุกข์ (สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอให้ประชาชนที่ไม่สามารถจัดหาเสื้อผ้าสีดำหรือสีขาวมาร่วมแสดงความอาลัยได้ ติดริบบิ้นหรือโบสีดำบนหน้าอกเสื้อหรือที่แขนเสื้อบริเวณต้นแขนเพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ความอาลัยแทน) มีกำหนด ๑ ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยต่อมาได้มีการขยายระยะเวลาไว้ทุกข์ต่อไปอีก ๑๔ วัน (ยกเว้นประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม และในวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เฉพาะงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙) รวมทั้งยังมีประกาศขอความร่วมมือให้งดจัดงานรื่นเริงต่างๆ เป็นเวลา ๓๐ วัน ส่งผลให้การแสดงรื่นรมย์ต่างๆ เช่น คอนเสิร์ต งานมหกรรม กิจกรรมกีฬา การแสดงต่างๆ ต่างยกเลิกหรือเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมทั้งสถานบันเทิงต่างๆ หลายแห่งปิดการให้บริการชั่วคราว และยังมีการประกาศให้วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นวันหยุดราชการด้วย

หลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชาวต่างประเทศถวายความอาลัยผ่านยูทูบ เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม อีกทั้งมีประเทศต่างๆ และองค์การระดับนานาชาติส่งสาส์นแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก

เว็บไซต์ในประเทศไทยเปลี่ยนสีเป็นขาว - ดำ หรือสเกลสีเทา เพื่อแสดงความอาลัย ภายหลังได้ปรับสีเว็บเข้าสู่สีปกติ โดยมีการประดับริบบิ้นสีดำที่มุมหน้าจอ หลังจากนั้นมีข้อกำหนดให้ลดระดับสีลงประมาณ ๔๐% ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

ในสื่อสังคมต่างๆ มีการแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก เช่น

  • เฟซบุ๊ก มีผู้ใช้งานจำนวนมากเปลี่ยนภาพผู้ใช้เพื่อแสดงความอาลัย เพจดังต่างๆ ลงภาพแสดงความอาลัยและงดลงเนื้อหาบันเทิงเป็นการชั่วคราว รวมทั้งทางเฟซบุ๊กยังประกาศงดโฆษณาในเว็บไซต์ภาคภาษาไทยอย่างไม่มีกำหนดเพื่อแสดงความอาลัย
  • กูเกิลประเทศไทย มีการเปลี่ยนดูเดิลเป็นสีดำเพื่อแสดงความอาลัย
  • ยูทูบ งดโฆษณา ๗ วันเช่นกัน
  • ดาราและนักแสดงต่างร่วมกันแสดงความอาลัยผ่านทางอินสตาแกรมและทวิตเตอร์
  • เว็บไซต์ต่างๆ ทั่วประเทศได้เปลี่ยนสีเว็บเป็นขาวดำเพื่อแสดงความอาลัยด้วย จนกระทั่งภายหลังได้ปรับสีเว็บเข้าสู่สีปกติ โดยมีการประดับริบบิ้นสีดำที่มุมหน้าจอ หลังจากนั้นมีข้อกำหนดให้ลดระดับสีลงประมาณ ๔๐% ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

เชิญพระบรมศพฯ สู่พระบรมมหาราชวัง

  • วันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙
    • เวลา ๑๕.๕๗ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จพระราชดำเนินไปในการเชิญพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี,พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์,คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น โดยเสด็จด้วย
    • เวลา ๑๖.๓๒ น. ขบวนรถเชิญพระบรมศพ เคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งตลอดเส้นทางที่ขบวนรถเชิญพระบรมศพเคลื่อนผ่านเนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรที่พร้อมใจกันมาร่วมแสดงความอาลัย และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อราษฎรตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติมาอย่างยาวนานถึง ๗๐ ปี
    • เวลา ๑๖.๕๙ น. ขบวนรถเชิญพระบรมศพถึงพระบรมมหาราชวัง จากนั้นได้มีพระราชพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ ตามลำดับ

ขบวนเคลื่อนพระบรมศพฯ จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙

พระราชพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพฯ

วันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. โดยประมาณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังในการถวายสรงน้ำพระบรมศพ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จเข้าสู่ภายในพระฉาก ซึ่งพระบรมศพบรรทมอยู่บนพระแท่น

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยราชสักการะพระบรมศพ ทรงรับขวดน้ำพระสุคนธ์ โถน้ำอบไทยและโถน้ำขมิ้น ถวายสรงที่พระบาทพระบรมศพ ต่อจากนั้น ทรงหวีเส้นพระเจ้าพระบรมศพขึ้นครั้งหนึ่ง หวีลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วหวีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วทรงหักพระสางนั้นวางไว้ในพานซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่ จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงถวายซองพระศรีบรรจุดอกบัวและธูปเทียน แผ่นทองคำจำหลักลายปิดพระพักตร์ พระชฎาห้ายอดวางข้างพระเศียรพระบรมศพ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ในพระราชพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานเชิญพระบรมศพลงสู่หีบ ทหารราชวัลลภรักษาพระองค์เชิญหีบพระบรมศพไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารและพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จตาม ตำรวจหลวงเชิญหีบพระบรมศพขึ้นประดิษฐานเหนือพระแท่นแว่นฟ้าเบื้องหลังพระฉากและพระแท่นสุวรรณเบญจดล ประกอบพระลองทองใหญ่ ภายใต้นพปฎลเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องสูงหักทองขวาง บังแทรก ชุมสาย ต้นไม้ทองเงิน ณ มุขตะวันตก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

เสร็จแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะพระบรมศพ ทรงกราบ แล้วทรงจุดเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์เที่ยวละ ๑๐ รูป ทรงทอดผ้าไตรเที่ยวละ ๑๐ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ เมื่อครบ ๑๐๐ รูป ทรงหลั่งทักษิโณทก ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินไปที่หน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงกราบ และเสด็จพระราชดำเนินไปที่หน้าพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่ประดิษฐานอยู่บนพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม ณ มุขหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้น เสด็จลงบันไดมุขกระสันด้านทิศเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ต่อมา ทางสำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และจัดสมุดลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ระหว่างวันที่ ๑๕-๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๙ รวม ๑๔ วัน

พระพิธีธรรมพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ตั้งแต่คืนวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพฯ ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพตลอด ๑๐๐ วัน ถึงวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๐ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา ๑๕.๐๐ น.,เวลา ๑๙.๐๐ น.และเวลา ๒๑.๐๐ น.

การบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพฯ

ดูบทความหลักที่: การบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ดูบทความหลักที่: คณะหน่อแก้วพระพุทธศาสนาร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพฯ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้พระบรมวงศานุวงศ์ ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพใน การบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดให้ประชาชนขึ้นกราบถวายบังคมพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นมา (งดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ วันที่ ๑,๒ ธันวาคม ๒๕๕๙ และ วันที่ ๑,๒๐ และ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๐) เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นราชสักการะ

ทั้งนี้ สำนักหน่อแก้วพระพุทธศาสนา ได้ดำเนินการแจ้งความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามแนวทางปฏิบัติขอเป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลฯ ดังกล่าว

หนังสือตอบรับจากสำนักพระราชวัง

ตามหนังสือสำนักพระราชวัง เลขที่ พว ๐๐๐๑/๑๕๘๕๕ ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐ สำนักราชวังได้จัดวันบำเพ็ญกุศลของสำนักหน่อแก้วพระพุทธศาสนา ในวันพุธ ที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๓๐ น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

คณะหน่อแก้วพระพุทธศาสนาร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพฯ ในวันพุธ ที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๓๐ น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

ดูบทความหลักที่: พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระราชพิธีที่รัฐบาลไทยจัดเพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยรัฐบาลกำหนดวันพระราชพิธีระหว่างวันที่ ๒๕-๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยได้ประกาศให้วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับการดำเนินการพระราชพิธีฯ นั้น คณะทำงานทุกฝ่ายได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ เช่น พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน เป็นต้น ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระราชพิธีนั้น ได้มีการซ่อมแซมพระมหาพิชัยราชรถ พระยานมาศสามลำคาน ราชรถน้อย พระที่นั่งราเชนทรยาน และพระวอสีวิกากาญจน์ เพื่อพร้อมใช้ในพิธีจริง

นอกจากนั้นยังมีการจัดสร้างราชรถ ราชยานขึ้นมาใหม่ คือ ราชรถปืนใหญ่และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย รวมทั้งประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศในพระราชพิธีครั้งนี้ได้มีการปรับปรุงให้มีความร่วมสมัย คาดการณ์ว่าการจัดสร้างพระเมรุมาศจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์วินิจฉัยในการจัดสร้างพระเมรุมาศ

ภาพจำลองพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ออกแบบโดยกรมศิลปากร

เกี่ยวกับเรา

เผยแผ่หลักธรรมตามพระไตรปิฎก สืบทอดเจตนารมย์พระพุทธศาสนา ตลอดระยะเวลา ๕,๐๐๐ ปี

ปฏิบัติธรรมสืบสานเจตนารมณ์พระเดชพระคุณคุณูปมาจารย์ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (ธ) และรักษาโรคด้วยพืชสมุนไพร โดย ท่าน อ.ลักษณ์ พุทธธรรม (ธ)

นอบน้อม เชิดชู ปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์ ทุกๆ พระองค์

ติดต่อเรา

ศาลาภิรมย์ธรรม ๘๕/๑ ม.๓ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ๓๔๒๖๐

เว็บไซต์หน่อแก้ว

norkaewplace@gmail.com

หน่อแก้วแฟนเพจ

หน่อแก้ววิปัสสนา

๐๘๔-๕๑๗๘๐๔๕ (คุณอาทิตย์)

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา โดยไม่มุ่งหวังผลทางพาณิชย์ อนุญาตให้นำไปเผยแผ่เพื่อสืบต่อพุทธศาสนาได้ตามกุศลเจตนา